Sequential Logic
Output จะขึ้นกับ
1. Input ขณะนั้น
2. Input ก่อนหน้า
3. Output ก่อนหน้า
แบบ NOR Gate
แบบ NAND Gate
Flip-Flop
เป็นอุกปกรณ์พื้นฐานทาง Sequential Logic
มี Output คือ Q และ Q'
SR Flip-Flop
แบบ NOR Gate
แบบ NAND Gate
เป็น Invert กับแบบ NOR
Gate
D Type Flip-Flop
T Type Flip-Flop
เมื่อมีสัญญาณ Clock เข้ามา ถ้า T เป็น “1” Q กับ Q' จะสลับกัน
ถ้า T เป็น “0” Q กับ Q' จะคงเดิม
JK Flip-Flop
เปรียบเสมือนเอา Flip-Flop แบบ D Type กับ
T Type มารวมกัน
Asynchronous Counter
คือแบบที่ Output Stage ของ Flip-Flop แต่ละตัวเปลี่ยน Stage ไม่พร้อมกัน
ข้อดี : สร้างง่าย
ข้อเสีย : ความเร็วจากการสะสม
Propagation
Delay จาก Gate แต่ละตัว
และมี Ripper Effect
Synchronous Counter
คือแบบที่ Output Stage ของ Flip-Flop แต่ละตัวเปลี่ยน Stage พร้อมกัน
เกิดจากการนำ D Type Flip-Flop มาต่อกัน
เพื่อใช้จัดเก็บหรือส่งข้อมูลในรูปเลขฐาน 2 มีหลักๆอยู่ 4 แบบ คือ
Serial-in to Serial-out (SISO)
Serial-in to Parallel-out (SIPO)
Parallel-in to Parallel-out (PIPO)
Parallel-in to Serial-out (PISO)
ตอนเรียนในคาบยังไม่ค่อยเข้าใจ ต้องลองต่อวงจรดู
และไปศึกษาเพิ่มเติม ถึงจะเริ่มเข้าใจขึ้น
LED 7 - Segment
Decoder – IC ถอดรหัส
คือ IC ที่ถอดรหัสจาก Input ไปเป็นรหัสอื่นตามต้องการ
(Binary to Somethings) เช่น
Binary to Hex Decoder
คือ IC ถอดรหัสจากเลขฐาน
2 ให้แสดงผลที่ LED 7 – Segment เป็นเลขฐาน 16
Encoder – IC เข้ารหัส
คือ IC ที่เข้ารหัสจาก
Input ไปเป็นรหัสอื่นตามต้องการ
(Somethings to Binary) เช่น
8 to 3 Bit Priority Encoder
BCD - Binary Coded Decimal
เป็นระบบเลขที่ใช้เลขฐานสองจำนวนอย่างน้อย 4
บิตแทนเลขฐานสิบ 0 ถึง 9 ในแต่ละหลัก
Multiplexer (Mux)
คืออุปกรณ์ที่มีหลาย Input แต่มี 1 Output สามารถเลือกให้ Input อันใดอันหนึ่ง
ต่อไปยัง Output ได้จากสัญญาณของขา Select
Demultiplexer (Demux)
คืออุปกรณ์ที่มีหลาย
Output แต่มี 1 Input สามารถเลือกให้ Input ต่อไปยัง
Output อันใดอันหนึ่ง ได้จากสัญญาณของขา Select
สับสนระหว่าง Decoder กับ Encoder ว่าแตกต่างกันอย่างไร
Karnaugh
Map
เป็นวิธีการลดรูปวงจร
Logic Gate ที่ง่ายและเร็วกว่าการใช้ Boolean Algebra
ทำได้ทั้งแบบ SOP และ POS
ทำได้ทั้งแบบ SOP และ POS
การทำ
K-Map
แบบ SOP
การวงกลมเลข
นำค่า
Output จาก Truth Table มาใส่ในตาราง K-Map ให้ตรงตาม Input
โดยเลขของตาราง
K-Map จะเรียงตาม Gray Code
วงเลข 1 ที่อยู่ติดกันจำนวน 2n
ตามแนว บน <-> ล่าง หรือ ซ้าย <-> -ขวา
ตาราง
K-Map
เป็น Sphere สามารถวงกลมแบบพิเศษได้ดังนี้
การพิจารณาคำตอบจากตาราง
แยกคิดทีละวงกลม แล้วนำคำตอบของแต่ละวงมาบวกกัน
แต่ละวงให้นำ
Input
ในวงกลมที่มีแค่ค่า “0”
หรือ “1” ค่าใดค่าหนึ่ง ทุก Input ในวงนั้นมาคูณกัน
Grey Code
Don’t Care Term
คือ กรณีที่
Output
ของ State หรือเงื่อนไขของ Input นั้นไม่ส่งผลใดๆต่อการทำงานของระบบ
ไม่ว่า Output นั้นจะเป็น “0” หรือ “1” ก็ตาม
ไม่ว่า Output นั้นจะเป็น “0” หรือ “1” ก็ตาม


















